4 สถานที่ดูพระอาทิตย์ขึ้น

อีกเพียงแต่ไม่กี่เดือนก็ใกล้ถึงวันปลายปีที่มีวันหยุดหลายวันกันแล้ว มีสถานที่เที่ยวให้ไปดูความสวยสดงดงามของธรรมชาติกันหรือยังครับ

ผมมั่นใจว่าหลายๆคนบางทีอาจจะยังไม่ได้คิดกันไว้เลยว่าวันหยุดยาวปลายปีนี้จะไปทำอะไรตรงไหนอย่างไร เนื่องจากมั่วแต่ดำเนินงานกันใช่ไหมล่ะ ซึ่งวันนี้ผมจะมาแนะนำสถานที่เที่ยวที่จะไปรับแสงอรุณวันแรกของการเข้าสู่ปีใหม่กันว่ามีตรงไหนบ้าง

ตามความศรัทธาของชาวไทยพวกเราที่โดยส่วนมาก 95% นั้นเชื่อในศาสนาพุทธ เชื่อการว่าการเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆรับแสงอรุณวันแรกของปีกุดอารมณ์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญทำทานต้อนรับปีใหม่ การที่พวกเรานั้นสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ หรือเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใหม่ เพื่อต้อนรับของใหม่ๆให้เข้ามาเพื่อเป็นปีที่ดีสำหรับชีวิต กลุ่มนี้ล้วนเป็นความเชื่อรวมทั้งทุกคนก็กระทำตามกันมาอย่างยานาน ด้วยเหตุผลดังกล่าววันนี้ผมจะพานักท่องเที่ยวทุกท่าที่มีความเชื่อพวกนี้มาเปิดรับของใหม่ๆมันก็คือการต้อนรับแสงอรุณในวันแรกของปีกันครับ แต่จะมีตรงไหนบ้างพวกเราไปดูพระอาทิตย์กันเลยนะครับ

1.ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี

กล่าวได้ว่าผาแต้มนั้น เป็นอุทยานแห่งชาติรวมทั้งเป็นสถานที่แรกที่พวกเราสามารถแลเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่แรกในประเทศไทยกันเลยล่ะนะครับ แล้วก็เป็นสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางเหมือนกัน เพราะเหตุว่ารูปแบบของผาแต้มนั้น เมื่อพวกเราไปนั่งที่รอบๆผาที่เป็นจุดสำหรับเพื่อชมวิวพวกเราจะมองเห็นทิวทัศน์วิวเทือกเขาลูกเล็กใหญ่สลับกันไปและก็จะมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูเข ส่องแสงลงมายังจุดที่พวกเรานั่ง และก็มีมีแม่น้ำโขงให้พวกเรามองเห็นเมื่อดูลงไปจากผาแต้มรอบๆที่พวกเรานั่งอยู่อีกด้วย

2.ผานกแอ่น ภูกระดึง จังหวัดเลย

เป็นสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางอยู่แล้วที่จะมาดูทะเลหมอกแล้วก็แสงแรกของวันขึ้นปีใหม่ เพราะว่าเป็นผาที่มีเอกลักษณ์ประจำตัวที่นักเดินทางทุกๆท่านจำเป็นต้องถูกใจไปนั่งดูทิวทัศน์วิวเพื่อดูแสงแรกของปี

3.ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

ดอยเสมอดาวเป็นภูเขาขวัญใจของนักเดินทางที่ชื่นชอบในด้านการนอนกางเต้นท์ดูดาวยามกลางคืน รวมทั้งดูทะเลหมอก กัลป์พระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้ามานานแสนนาน ไมว่าจะผ่านมากี่ปี มั่นใจว่าก็ควรมีนักเดินทางลุ่มเดิมๆคนเดิมๆเข้ามาพักตรงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุว่าเป็นภูเขาที่มีความงามในยามค่ำคืน แล้วก็อากาศแจ่มใสในเวลาเช้า ก็เลยเหมาะสมอย่างมากที่จะมารับแสงอรุณแรกของปีตรงนี้

4.หยุนไหล จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เพียงได้ยินชื่อนักเดินทางผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจจะมึนๆเพราะว่านี่ใช่ภาไทยหรอ จริงแล้วคนภายในพื้นที่ในแม่ฮ่องสองเป็นชาวกระเหรี่ยงที่ย้ายถิ่นมาจากเมืองจีนในสมัยก่อน ก็เลยทำให้มีวัฒนธรรมและก็ภาษาจีนหลงเหลือยู่นั่นเอง และก็คำว่าหยุนไหลนี้ก็มีความหมายว่า สถานที่ที่เมฆหมอกในที่ต่างๆไหลมารวมตัวกัน ซึ่งแสดงเอกลักษณ์ของตรงนี้อย่างดีเยี่ยม ทราบแบบนี้ไม่สมควรแวะมาท่องเที่ยวที่หยุนไหลกันครับผม การเดินทางก็เป็นทางผ่านของทางที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ อำเภอปายเองล่ะครับผม

Author: Beverley Ryan